loading...

ตามรอยพ่อ.. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็น “เจ้าฟ้านักพัฒนา” ผู้สืบสานพระราชปณิธาน บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวไทย (รายละเอียด)

17 กรกฎาคม 2017 | การเมือง

Advertisement


loading...


Loading...

 

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าไม่มีผืนแผ่นดินไทยส่วนใด ที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะไม่เคยย่างพระบาทไปถึง ไม่ว่าจะเป็นบนเขา หนองน้ำ ทุ่งกว้าง ป่าดงพงไพร ใต้ถุนบ้านผุพังในชนบท หรือกลางดงน้ำเน่าในสลัมเสื่อมโทรม พระองค์เสด็จฯไปทั่วทุกหนแห่งตามรอยเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี น้อยครั้งนักที่ขบวนเสด็จฯออกไปพัฒนาท้องถิ่นทุรกันดารในชนบท จะไม่มีสมเด็จพระเทพฯเสด็จฯติดตามไปด้วย

 

 

Advertisement

loading...

สมเด็จพระเทพ ฯ พระราชทานสัมภาษณ์ถึงหลักการทรงงานพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหนังสือ “พระมหากษัตริย์ นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา” ความตอนหนึ่งว่า… “เป้าหมายในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของคน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ให้คนมีความสุข โดยต้องคำนึงถึงเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ และภูมิหลังทางเศรษฐกิจ สังคม แม้ว่าวิธีการพัฒนามีความ หลากหลาย แต่ที่สำคัญคือ นักพัฒนาจะต้องมีความรัก ความห่วงใย ความรับผิดชอบ และการเคารพในเพื่อนมนุษย์ จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเกี่ยวข้องกับมนุษยชาติ และเป็นเรื่องของจิตใจ…”

 

 

สมเด็จพระเทพฯทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ในการเสด็จฯไปทรงเยี่ยมเยือนพสกนิกร และทรงงานทั่วทุกหนแห่งในประเทศไทย เพื่อทรงรับทราบปัญหาในการดำเนินชีวิตของประชาชนด้วยพระองค์เอง ช่วยให้พระองค์ทรงทราบถึงสภาพพื้นที่ของประเทศไทยเป็นอย่างดี และสามารถพระราชทานความช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการของประชาชน ดังที่พระองค์พระราชทานสัมภาษณ์ไว้ว่า

 

 

…“จากการมีโอกาสตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จ พระราชดำเนินในท้องถิ่นต่างๆตั้งแต่ยังเยาว์วัย ได้มีโอกาสทำงานพัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้ได้สังเกตและวิเคราะห์วิถีชีวิต และความต้องการของกลุ่มต่างๆหลายกลุ่มในสภาพ สิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน ชนบางกลุ่มอยู่ห่างไกลในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความเป็นอยู่อย่างปกติ ขาดการบริการสาธารณะ เช่น การศึกษา การดูแลสุขภาพอนามัย ในหลายกรณีเขาขาดแม้กระทั่งความจำเป็นระดับพื้นฐาน…”

Advertisement

 

 

“ในการพัฒนาชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องที่ห่างไกลและอันตรายนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทำพร้อมกันทุกด้าน โดยเริ่มต้นด้วยการสร้างความคุ้นเคย ทำความรู้จักให้คนในท้องถิ่นนั้นไว้วางใจ ทรงทำได้ไม่ยากนัก เพราะคนส่วนใหญ่ถือว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นพ่อแม่ที่จะช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆได้ บรรเทาความทุกข์ของคนได้ มี พระราชกระแสอย่างไร ก็มักจะเชื่อฟัง…การได้ย่ำไปในพื้นที่ต่างๆ เห็นภูมิประเทศแปลกๆ ได้ฟังเรื่องราวชีวิตหลายรูปแบบจากคนเป็นพันเป็นหมื่น เป็นบทเรียนที่มีคุณค่ายิ่งกว่าตำราเรียนเล่มใดจะพึงบันทึกไว้ได้ ขณะเดียวกัน ก็วางแนวชีวิตให้ฉันด้วย” สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานสัมภาษณ์แก่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเผยแพร่ในวารสารเศรษฐกิจและสังคม ฉบับพิเศษ เรื่อง “สมเด็จพระเทพฯ : บางแง่มุมแห่งความคิดคำนึง”

 

 

ในระยะแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงปี 2495-2504 ทรงพบว่าคนไทยในพื้นที่ต่างๆต้องเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อาทิ โรคเรื้อน โปลิโอ และอหิวาตกโรค เนื่องจากการแพทย์ในขณะนั้นยังไม่ก้าวหน้า และการบริการสาธารณสุขก็ยังไม่แพร่หลาย พระองค์จึงมีพระราชภารกิจมากมายในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎรทั่วประเทศ

 

ครั้นเมื่อสมเด็จพระเทพฯทรงเจริญชันษาขึ้น และได้มีโอกาสโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาค จึงทำให้พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ทรงพบว่าประชากรส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร เป็นสาเหตุทำให้เจ็บป่วย ร่างกายอ่อนแอ ทำให้ตระหนักได้ว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆต่อการพัฒนาประเทศ เพราะประเทศจะพัฒนาก้าวหน้าได้ จำเป็นต้องอาศัยพลเมืองที่มีคุณภาพทั้งร่างกายและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระเทพฯจึงมีพระราชดำริที่จะแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการในเด็กอย่างจริงจัง ทั้งวัยเรียนและวัยก่อนเรียน

 

 

นอกจากงานด้านการพัฒนาสุขภาพอนามัย ที่ทรงทำควบคู่ไปกับงานพัฒนาด้านการศึกษา สมเด็จพระเทพฯยังมีพระราชดำริโครงการพัฒนาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในหลากหลายด้าน ทั้งงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพ และการสหกรณ์ งานพัฒนาชนบทและพื้นที่ งานพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งานอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทย ศาสนา และดนตรี งานมูลนิธิและสังคมสงเคราะห์ และงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในการพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการต่างๆนั้น สมเด็จพระเทพฯทรงค้นคว้าหาความรู้อย่างจริงจังเสมอ เพื่อนำมาใช้ประกอบการพระราชทานพระราชดำริ สำหรับแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน หากเรื่องใดที่พระองค์ไม่ทรงทราบ ก็จะทรงสอบถามกับชาวบ้านและนักวิชาการที่มีความชำนาญในเรื่องนั้น ขณะเดียวกัน ยังโปรดให้ทำการทดลองในโครงการส่วนพระองค์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาช่วยเหลือราษฎรให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ไปทรงเยี่ยมเยือนราษฎรยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร แถบเชิงเทือกเขาสุคิริน ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2528 ในตอนพลบค่ำวันหนึ่ง ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำหนักกลางป่าไม้ยาง สมเด็จพระเทพฯทรงทรุดพระวรกายที่ชุ่มโชกด้วยฝนลงที่เบื้องพระบาท “ทูลกระหม่อมพ่อ” เพื่อทรงแคะตัวทากที่กำลังรุมกัดเกาะ ณ วันนั้น ทั้งสองพระองค์ ประทับอยู่กลางสายฝนหนาวเหน็บบนพื้นโคลนตม ด้วยพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นจะช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ให้มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมิทรงเหน็ดเหนื่อยท้อแท้ต่ออุปสรรคใดๆ นี่คือหนึ่งในภาพประทับใจที่ยังคงสถิตอยู่ในหัวใจปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และเปรียบดังคำมั่นสัญญาว่า “เจ้าฟ้านักพัฒนา” จะทรงงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ชาวไทยไปตราบนานเท่านาน

 

Advertisement

 

Advertisement


loading...



loading...
error: